ททท. ปล่อยแอปฯ “รู้ไทยให้ทึ่ง” รวมกูรูเล่าเกร็ดประเทศไทย

ทั้งเชิงสังคม ศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร เสริมอาวุธมัคคุเทศก์มัดใจนักท่องเที่ยว


วันนี้ (6 มิถุนายน 2561) นายยุทธศักดิ์  สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เป็นประธานในการแถลงข่าวเปิดตัวแอปพลิเคชัน “รู้ไทยให้ทึ่ง” ซึ่งเป็นการรวบรวมเรื่องราว เกร็ดความรู้ที่น่าสนใจของประเทศไทย ที่เกิดจากการสั่งสมจากผู้รู้ด้านต่างๆ ให้มัคคุเทศก์ดาวน์โหลดได้ฟรี โดยมี นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป แอฟริกา ตะวันออกกลาง และอเมริกา ททท.        ร่วมแถลงฯ  นอกจากนี้ยังมีช่วง Special Talk โดยศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ และกูรูด้านท่องเที่ยวและมัคคุเทศก์อีกมากมาย  ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 10 อาคาร ททท.

นายยุทธศักดิ์  สุภสร ผู้ว่าการ ททท. กล่าวว่า จากการที่ ททท. มีนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองรอง โดยเฉพาะการท่องเที่ยวที่ลงไปถึงชุมชน เพื่อเป็นการสร้างรายได้แก่เศรษฐกิจฐานราก สร้างความภาคภูมิใจให้กับท้องถิ่น เป็นการลดการกระจุกตัวของนักท่องเที่ยวในเมืองหลัก อีกทั้งเน้นการนำเสนอข้อมูลและเนื้อหาในการทำการตลาด (Content Marketing) ซึ่งเป็นการเพิ่มคุณค่าและความน่าสนใจให้กับสินค้าและแหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน  ททท. จึงได้จัดทำแอปพลิเคชัน “รู้ไทยให้ทึ่ง” (Amazing Thai Uniqueness) ขึ้น เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมเรื่องราวที่น่าสนใจของประเทศไทย โดยมุ่งเน้นให้บริการแก่มัคคุเทศก์ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงนำไปปฏิบัติงานได้ 

สำหรับ แอปพลิเคชัน “รู้ไทยให้ทึ่ง” นำเสนอเป็นภาษาไทย ประกอบภาพถ่าย วิดีโอ และอินโฟกราฟิค ที่สวยงามนำเสนอเกร็ดความรู้เชิงลึกด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทย ในแง่มุมที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับการสั่งสม คัดกรอง และเรียบเรียง โดยผู้ทรงคุณวุฒิที่คร่ำหวอดในวงการต่างๆ อันเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อาทิ  ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ  ดร.อาณัส อมาตยกุล นายพงศธร เกษสำลี  นายวิวัฒน์ชัย บุญยภักดิ์ นางสาวรำไพพรรณ แก้วสุริยะ นางศศิอาภา สุคนธรัตน์  นายสาธิต นิลวงศ์ นายมนตรี พงษ์เจริญ  ผศ.ฉัตรชัย ศุกระกาญจน์ นายณัฐวุฒิ เนาวบุตร  นายปัญญ์ ยวนแหล  นายไชยยศ ปิ่นประดับ       นาวสาวสุดารา สุจฉายา  นางขนิษฐา สุวรรณชาต และนายเศรษฐพงษ์ จงสงวน โดยเป็นเนื้อหาความรู้เชิงสังคม ศาสนา ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหาร ตำนาน ความเชื่อ ซึ่งหาอ่านได้ยากจากตำราเรียน โดยในระยะเริ่มต้นมีข้อมูล 12 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร พระนครศรีอยุธยา กาญจนบุรี สมุทรสงคราม ชลบุรี จันทบุรี เชียงใหม่ สุโขทัย อุบลราชธานี สกลนคร ภูเก็ต และนครศรีธรรมราช แบ่งเป็น 4 หัวข้อ ได้แก่

- รากแก้วไทย ประกอบด้วย ประเทศไทย ความเป็นไทย ศาสนาและความเชื่อ ผู้คนและภาษา อาหารไทย นาฏศิลป์ไทย ดนตรีไทย ช้างไทย

- ศูนย์รวมแห่งแผ่นดิน กล่าวถึงความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ ความสัมพันธ์ของสถาบันพระมหากษัตริย์กับศาสนาพุทธ ศาสนาพราหมณ์ ฮินดู และความใกล้ชิดระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับคนไทย

- เศรษฐกิจและสังคมวันนี้ ประกอบด้วย พืชเศรษฐกิจ รายได้ประชากร สินค้านำเข้าและส่งออกที่สำคัญ

- ข้อมูลรายจังหวัด ประกอบด้วย ประวัติศาตร์ ตำนาน ศิลปวัฒนธรรมล้ำค่า  สุดยอดวิถีไทย ผู้คนและภาษา ภูมิรู้ ภูมิไทย อาหารไทย อาหารถิ่น สรรพสัตว์ และพรรณพฤกษ์

 ภายในการแถลงข่าวยังมีการสัมภาษณ์ตัวแทนของผู้ทรงคุณวุฒิถึงเบื้องหลังการทำงานและการได้มาซึ่งภูมิความรู้ต่างๆ ได้แก่ ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ นายพงศธร เกษสำลี  นายวิวัฒน์ชัย บุญภักดิ์ และนางศศิอาภา สุคนธรัตน์  นอกจากนี้ยังมี Special Review โดย นางสร้อยนภา  พันธุ์คง สุดยอดมัคคุเทศก์อาชีพ ที่จะมาถ่ายทอดเกร็ดด้านประวัติศาสตร์และประสบการณ์การทำงานมัคคุเทศก์ที่ผ่านมา  รวมไปถึง Special Talk โดยศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ ซึ่งเป็นผู้มีความรู้และผลงานที่หลากหลายในเรื่องกฎหมาย สื่อสารมวลชน ประวัติศาสตร์ ประเพณีไทย และเรื่องราว อันเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์  

แอปพลิเคชัน “รู้ไทยให้ทึ่ง” สามารถดาวน์โหลดได้ฟรีจากระบบปฏิบัติการทั้ง IOS และ Android โดยสามารถค้นหาจากคำว่า Amazing Thai Uniqueness ซึ่งนอกจากข้อมูลที่น่าสนใจแล้ว ยังสามารถฝากคำถามให้ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นผู้ไขข้อข้องใจ รวมถึง ททท. ยังยินดีรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ใช้ เพื่อนำมาปรับปรุง

และพัฒนาการจัดทำเนื้อหาและข้อมูลต่างๆ อาทิ อาหารถิ่น ชุมชน ฯลฯ ให้ดียิ่งขึ้นต่อไป